เรื่องใกล้ตัวกับพยาธิ

 ยาตามกลุ่มโรคและอาการ  โรคติดเชื้อ และ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ 

เรื่องใกล้ตัวกับพยาธิพยาธิ

การติดเชื้อหนอนพยาธิยังคงมีผลกระทบที่สำคัญต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา  หนอนพยาธิสามารถพบได้ทั่วไปบนโลกมีหลายชนิดหลายสายพันธุ์  สามารถพบการติดเชื้อในร่างกายมนุษย์ได้ทุกเพศทุกวัย  ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงในการสัมผัสหรือการรับเชื้อหนอนพยาธิแต่ละชนิดเข้ามาในร่างกายจากหลาย ๆ ช่องทาง  การติดเชื้อโรคหนอนพยาธิส่วนใหญ่เกิดจากการรับประทานอาหารที่มีการปนเปื้อนไข่ของหนอนพยาธิ  หรือตัวของหนอนพยาธิเข้าไปในร่างกาย  ในหัวข้อนี้จะมาอธิบายถึงลักษณะของหนอนพยาธิ ความรุนแรง  การวินิจฉัย  ช่องทางที่อาจได้รับการปนเปื้อนไข่หนอนพยาธิหรือตัวหนอนพยาธิแต่ละชนิด  อาการนำที่บ่งชี้ว่าอาจมีการติดเชื้อพยาธิเข้าไปในร่างกาย  แนวทางอะไรบ้างที่ใช้รักษา  คำแนะนำในการปฏิบัติตัวต่าง ๆ เพื่อป้องกันและรักษาโรคจากเชื้อหนอนพยาธิ

ชนิดของหนอนพยาธิที่ก่อให้เกิดโรคและพบได้บ่อยในประเทศไทย

  1. โรคหนอนพยาธิตัวตืดหรือพยาธิตัวแบน

พยาธิตัวตืดเป็นหนอนพยาธิที่พบได้ทั่วโลก  หนอนพยาธิตัวเต็มวัยมีลำตัวแบนคล้ายริบบิ้นสีขาว ยาวประมาณ 2 ถึง 3 เมตรหรืออาจมากกว่านั้น  หนอนพยาธิดำเนินชีวิตครบวงจรในคน  หมู  วัว  และควาย

หมูได้รับเชื้อหนอนพยาธิจากการกินอาหารที่ปนเปื้อนอุจจาระมนุษย์ ที่มีไข่ของหนอนพยาธิและไข่นั้นจะโตเป็นก้อน (ซีสต์) อยู่ในกล้ามเนื้อของหมู คนติดเชื้อหนอนพยาธิจากการกินหมูที่มีซีสต์ซึ่งปรุงไม่สุก ซีสต์นั้นจะเจริญเป็นหนอนพยาธิตัวเต็มวัยในลำไส้เล็กคน โรคหนอนพยาธิตัวตืดสามารถติดต่อได้โดยการรับประทานเนื้อหมู วัว ควาย ที่มีไข่ของหนอนพยาธิหรือตัวอ่อนของหนอนพยาธิตัวตืด  ลักษณะของหนอนพยาธิตัวอ่อนมีลักษณะเหมือนเม็ดสาคูเป็นถุงน้ำใสเล็ก ๆ  ขาว ๆ ที่ติดอยู่ในเนื้อสัตว์  โดยไม่ผ่านกระบวนการทำให้อาหารนั้นสุกก่อนหรือการทำปรุงอหารแบบสุกๆ ดิบๆ  เช่นเมนู  ลาบ ก้อย  พล่า ลู่ ยำ รวมถึงการรับประทานแหนมสด ๆ ไส้อั่ว เป็นต้น นอกจากนี้การดื่มน้ำหรือรับประทานผักสดผลไม้สดที่ไม่ผ่านกระบวนการล้างให้สะอาดหรือมีไข่ของหนอนพยาธิตัวตืดปนเปื้อน  เมื่อเรารับประทานไข่ของหนอนพยาธิเข้าไปตัวอ่อนของหนอนพยาธิจะฟักออกจากไข่  แล้วเข้าไปอยู่ตามผิวหนัง กล้ามเนื้อ ตา และสมองได้ 

 

การวินิจฉัยโรคทางห้องปฏิบัติการจากเจ้าหน้าที่เทคนิคการแพทย์  โดยการตรวจหาตัวพยาธิตัวตืดในอุจจาระเป็นวิธีการที่เหมาะสมและสามารถระบุได้ค่อนข้างแม่นยำ  นอกจากนี้อาจสังเกตอาการทางร่างกายได้   เช่น  อาการคันก้น  ปวดท้อง  ท้องอืด ทานเยอะแต่ไม่อ้วน  ซึ่งอาการแสดงเหล่านี้ไม่ใช่อาการที่ชี้เฉพาะเจาะจงต่อการตรวจวินิจฉัยและระบุว่าเป็นโรคดังกล่าวเสมอไป  แต่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่อาจเป็นไปได้ว่ามีการติดเชื้อของหนอนพยาธิในร่างกาย

อาการโดยทั่วไปที่พบได้บ่อยและอาจเกิดขึ้นได้เมื่อมีหนอนพยาธิเข้ามาในร่างกาย  ได้แก่  อาการคลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร อาหารไม่ย่อย ท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นท้อง อุจจาระบ่อย น้ำหนักตัวลดลงแม้ว่าจะรับประทานอาหารได้ตามปกติ  อาจมีลักษณะตัวซีดตัวเหลืองผิดปกติจากภาวะโลหิตจางได้   อันตรายที่อาจเกิดขึ้นเมื่อมีหนอนพยาธิตัวตืดระยะตัวเต็มวัยอาศัยอยู่ในร่างกาย เช่น  ลำไส้อุดตันจากตัวของหนอนพยาธิ  ร่างกายขาดสารอาหารเพราะมีหนอนพยาธิคอยแย่งกินอาหาร  พยาธิสามารถไชทะลุออกนอกลำไส้ทำให้เกิดเยื่อบุภายในช่องท้องเกิดการอักเสบ หากมีตัวอ่อนของหนอนพยาธิตัวตืดอยู่ในชั้นกล้ามเนื้ออาจส่งผลให้เกิดอาการปวดเมื่อยร่างกาย  ถ้าหนอนพยาธิตัวอ่อนเข้าไปในดวงตาอาจทำให้ตาบอด  แต่ถ้าหนอนพยาธิเข้าไปในส่วนของสมองก็อาจทำให้เกิดอาการทางสมอง ได้แก่ ปวดหัว มึนเมาหัว ชัก อาการผิดปกติของระบบการเคลื่อนไหวหรือเป็นอัมพาต และบางรายอาจถึงขั้นเสียชีวิตในที่สุด

 

  1. โรคหนอนพยาธิตัวกลม

หนอนพยาธิตัวกลมมักอาศัยอยู่ตามพื้นดินที่มีความชุ่มชื้น  จัดอยู่ในกลุ่มหนอนพยาธิที่มีตัวอ่อนระยะติดต่อเจริญเติบโตอยู่ในพื้นดิน   หนอนพยาธิตัวกลมในดินที่พบได้บ่อยและเป็นที่รู้จักกันดี ได้แก่ พยาธิปากขอ พยาธิไส้เดือน พยาธิเส้นด้าย และพยาธิแส้ม้า สามารถพบพยาธิเหล่านี้ได้ทั่วโลก  โดยเฉพาะในถิ่นที่มีภูมิอากาศร้อนชื้น เช่น ประเทศไทยพบโรคนี้ค่อนข้างชุกในเขตภาคใต้เนื่องจากมีสภาพภูมิอากาศเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพยาธิ นอกจากนี้การขาดแคลนส้วมที่ถูกสุขลักษณะ รวมไปถึงลักษณะพฤติกรรมการขับถ่ายอุจจาระลงพื้นดินพื้นหญ้า เนื่องจากชาวบ้านไม่สะดวกที่จะกลับไปใช้ส้วมที่บ้านหลังจากออกไปทำงานในไร่ นา สวนหรือแปลงเกษตรของตนเอง  รวมถึงการนำอุจจาระของคนไปทำเป็นปุ๋ยรดพืชผักทางการเกษตร  เมื่อไข่ของหนอนพยาธิที่อยู่ในอุจจาระปะปนลงไปบนพื้นดินที่มีสภาวะแวดล้อมเหมาะสมต่อการเจริญเติบโต  ประกอบกับมีปริมาณของฝนตกชุกเพียงพอที่จะทำให้พื้นดินชุ่มชื้นจะทำให้ไข่ของหนอนพยาธิเจริญพัฒนาได้ดี   สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยทำให้มีการระบาดของหนอนพยาธิกลุ่มนี้เข้าสู่คนได้   นอกจากนี้สัตว์ในบ้าน เช่น สุนัข แมว หมู  และแมลงบางชนิด เช่น ด้วงปีกแข็ง ที่กินอุจจาระคนที่ถ่ายทิ้งไว้  หรือแมลงวัน แมลงสาบ ที่ไปตอมหรือปีนป่ายอุจจาระแล้วมีไข่ของหนอนพยาธิติดตามขาและปีกมาด้วย เมื่อแมลงเหล่านั้นมาไต่ตอมอาหารจะทำให้ไข่ของหนอนพยาธิเหล่านั้นปนเปื้อน ในอาหารและสามารถเข้าสู่คนเราได้ ปกติแล้วหนอนพยาธิตัวกลมในดินอาศัยอยู่ในลำไส้ของคน  โดยที่ตัวเต็มวัยของหนอนพยาธิไส้เดือน พยาธิปากขอและพยาธิเส้นด้ายอาศัยอยู่ในลำไส้เล็ก ส่วนพยาธิแส้ม้าอาศัยอยู่ในลำไส้ใหญ่ ถึงแม้ว่ากระทรวงสาธารณสุขพยายามที่จะลดอัตราการเป็นโรคหนอนพยาธิในประชาชน โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กนักเรียนแต่ทว่าการกลับมาเป็นโรคหลังให้การรักษาไปแล้วยังสูงมาก ดังนั้นความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหนอนพยาธิตัวกลม ในดินจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อป้องกันไม่ให้เป็นโรคนี้อีก

    กลุ่มคนที่มักจะเป็นโรคหนอนพยาธิกลุ่มนี้มักอยู่ในแหล่งชุมชนแออัดหรือชุมชนที่ห่างไกลความเจริญ  ส่วนใหญ่จะเป็นประเทศที่กำลังพัฒนาซึ่งการบริการด้านสาธารณูปโภคและสุขาภิบาลไม่ดีพอ  โดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่ยังมีสุขลักษณะพฤติกรรมบางอย่าง เช่น หยิบของรับประทานโดยไม่ล้างมือ ชอบอมนิ้วมือหรือเล่นตามพื้นดิน  ผู้ปกครองหรือครูประจำชั้นที่ใกล้ชิดกับตัวเด็กอาจสังเกตเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้น  เมื่อมีผลการตรวจที่ชัดเจนว่าติดเชื้อหนอนพยาธิ แพทย์หรือเภสัชกรจะพิจารณาให้รับประทานยาฆ่าเชื้อหนอนพยาธิขึ้นกับชนิดของหนอนพยาธิ หนอนพยาธิบ้างชนิดแม้ว่าตัวพยาธิจะตายแต่ก็อาจไม่หลุดออกมาให้เห็น  ถ้าไม่ใช่ยาระบายช่วยขับพยาธิออกมาร่วมด้วย 

ชนิดของพยาธิตัวกลมแต่ละชนิดที่พบได้บ่อย ๆ

ลักษณะรูปร่างคล้ายกับตัวไส้เดือนดินอันเป็นที่มาของชื่อหนนอพยาธิ จัดเป็นหนอนพยาธิตัวกลมที่อาศัยอยู่ในลำไส้มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาหนอนพยาธิทุกชนิด   ลำตัวค่อนข้างยาวเป็นรูปทรงกระบอก  มีส่วนหัวส่วนท้ายเรียวเล็กลงจากส่วนหัวไปส่วนหาง  หนอนพยาธิตัวผู้มักมีขนาดตัวเล็กกว่าหนอนพยาธิตัวเมียประมาณครึ่งหนึ่ง  ตัวผู้มีขนาดยาว 15-31 เซนติเมตร ตัวเมียมีขนาดยาว 20-49 เซนติเมตร หลังจากหนอนพยาธิตัวผู้และตัวเมียผสมพันธุ์กันแล้วหนอนพยาธิตัวเมียสามารถวางไข่เฉลี่ยประมาณวันละ 200,000 ฟอง และหนอนพยาธิไส้เดือนมีความสามารถใช้ปากเกาะยึดผนังของลำไส้เล็กคนหรือสัตว์ได้  ซึ่งตัวเต็มวัยของหนอนพยาธิจะอาศัยอยู่ในลำไส้คอยดูดกินอาหารในลำไส้ของคนและสัตว์ และมีการแพร่พันธุ์ต่อไปหนอนพยาธิไส้เดือนในคนมีอายุโดยเฉลี่ย 1 ปี 

  

หนอนพยาธิตัวเมียจะออกไข่ปนออกมากับอุจจาระของคนลงสู่พื้นดิน  หลังจากนั้นไข่จะพัฒนาเจริญไปเป็นไข่ระยะติดต่อซึ่งมีตัวอ่อนของหนอนพยาธิอยู่ภายในคน   ซึ่งคนหรือสัตว์รับไข่ของหนอนพยาธิระยะติดต่อโดยการรับประทานอาหาร จำพวกผักสด ผลไม้ หรือน้ำดื่มที่มีไข่ของหนอนพยาธิปะปนเปื้อนอยู่  รวมถึงเด็กที่มีพฤติกรรมการเล่นบนพื้นดิน  เด็กที่ชอบอมนิ้วมือ  หยิบจับอาหารเพื่อรับประทานโดยไม่ล้างมือให้สะอาดก่อน  ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสาเหตุหรือช่องทางในการติดต่อของโรคหนอนพยาธิดังกล่าวนั่นเอง

การวินิจฉัยโรคทางห้องปฏิบัติการจากเจ้าหน้าที่เทคนิคการแพทย์  โดยการตรวจหาตัวหนอนพยาธิตัวในอุจจาระ  นอกจากนี้อาจสังเกตอาการทั่วไปได้   เช่น  อาการคันก้น  ปวดท้อง  ท้องอืด รับประทานเยอะรับประทานจุกจิกแต่ไม่อ้วน  แต่อาการแสดงเหล่านี้ไม่ใช่อาการที่ชี้เฉพาะต่อการตรวจวินิจฉัยชนิดของโรคหนอนพยาธิดังกล่าว

เมื่อหนอนพยาธิตัวอ่อนฟักออกจากไข่แล้วไชทะลุเนื้อเยื่อของผนังลำไส้เล็ก  เข้าไปตามกระแสเลือด ไปที่ตับ หัวใจ และปอด ส่งผลให้เกิดอาการไอ เหนื่อยง่าย หลังจากนั้นหนอนพยาธิตัวอ่อนจะเคลื่อนที่ไปตามหลอดลมจนถึงคอหอย แล้วถูกกลืนกลับลงไปในหลอดอาหาร ไปเจริญเติบโตเป็นหนอนพยาธิตัวเต็มวัยในลำไส้เล็ก ถ้าหนอนพยาธิมีจำนวนมากอาจเกาะรัดรวมกันเป็นกลุ่มก้อนแล้วไปอุดลำไส้ ทำให้เกิดลำไส้เล็กอุดตันส่งผลให้อาหารและกากอาหารผ่านลงไปไม่ได้  ถ้าเป็นมากลำไส้ขาดเลือดส่งผลให้กล้ามเนื้อลำไส้ตายและเน่าได้   รายที่หนอนพยาธิเคลื่อนไปยังอวัยวะอื่น ๆ นอกลำไส้ สามารถทำให้เกิดอาการอักเสบเฉียบพลันของอวัยวะนั้น ๆ ได้ เช่น กระเพาะอาหาร  ท่อน้ำดี  ตับอ่อน  หูชั้นใน ฯลฯ  

รูปร่างคล้ายแส้ม้าส่วนหัวเรียวเล็กคล้ายปลายแส้ส่วนหางจะใหญ่กว่าคล้ายด้ามแส้ หนอนพยาธิตัวเต็มวัยอาศัยอยู่ในลำไส้ใหญ่ของคน หนอนพยาธิตัวเมียมีขนาดใหญ่กว่าหนอนพยาธิตัวผู้ สามารถวางไข่ได้วันละ 1,000 ฟอง สามารถตรวจพบไข่ของหนองพยาธิแส้ม้าในอุจจาระคนได้  ไข่ของหนอนพยาธิมีลักษณะคล้ายถังเบียร์  เปลือกไข่หนาสีน้ำตาลเข้ม มีจุกนูนที่ปลายทั้งสองข้าง

คนติดเชื้อพหนอนพยาธิแส้ม้าจากการกินไข่ระยะติดต่อ ส่วนใหญ่เป็นการกินผักสด อาหาร  น้ำดื่มที่ปนเปื้อนไข่ของหนอนพยาธิ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ชอบรับประทานอาหารสด ๆ หรือปรุงสุก ๆ ดิบ ๆ รวมถึงมีพฤติกรรมที่ไม่ถูกสุขอนามัย  ซึ่งการติดต่อหรือรับเชื้อหนอนพยาธิเข้าสู่ร่างกายคล้ายๆกับหนอนพยาธิตัวกลมชนิดอื่น ๆ  

โดยทั่วไปอาการจะแสดงไม่เด่นชัดนัก อาจไม่มีอาการอะไรเลยก็ได้ทำให้คนทั่วไปไม่ไปตรวจอุจจาระ ส่วนมากจะพบหนอนพยาธิโดยบังเอิญ  การวินิจฉัยโรคทางห้องปฏิบัติการโดยเจ้าหน้าที่เทคนิคการแพทย์ ในการตรวจหาตัวหนอนพยาธิในอุจจาระ  เป็นวิธีการที่ใช้วินิจฉัยค่อนข้างถูกต้องแม่นยำกว่าวิธีการสังเกตจากอาการที่เกิดขึ้น

เมื่อร่างกายได้รับหนอนพยาธิเข้าไปเป็นเวลานาน ๆ อาจทำให้เกิดเกิดอาการซีด อ่อนเพลียแล้ว อาจมีอาการปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดิน และในรายที่รุนแรงอาจท้องเสียบ่อยจนลำไส้ใหญ่บริเวณส่วนปลายปลิ้นโผล่ออกมาจากรูก้นได้

หนอนพยาธิปากขอพบในแถบประเทศเมืองเขตร้อนชื้นและกึ่งเขตร้อนพบในเด็กมากว่าผู้ใหญ่ เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการติดเชื้อหนอนพยาธิในลำไส้ของมนุษย์ทั่วโลก  จัดเป็นหนอนพยาธิตัวกลมที่อาศัยอยู่ในดินที่มีความชื้น  ขนาดตัวมีความยาวประมาณ 1 เซนติเมตร  หนอนพยาธิตัวผู้มีขนาดเล็กกว่าตัวเมียและมีแพนหางที่เป็นลักษณะเฉพาะของหนอนพยาธิชนิดนี้   ช่องปากของหนอนพยาธิใหญ่มีฟันเขี้ยวและแผ่นฟันตัด อยู่ข้างในสำหรับใช้เกาะลำไส้เล็กและดูดกินเลือดจากลำไส้บริเวณที่หนอนพยาธิอาศัยอยู่  ทำให้คนที่มีหนอนพยาธิอยู่ในร่างกายอาจเกิดภาวะโลหิตจาง  ส่งผลให้มีอาการอ่อนเพลียและลำไส้อักเสบเรื้อรัง

คนสามารถติดเชื้อหนอนพยาธิปากขอจากการที่หนอนพยาธิตัวอ่อนระยะติดต่อในดินไชเข้าทางผิวหนังที่สัมผัสกับพื้นดินโดยตรง  ส่วนใหญ่พบในอาชีพเกษตรกร  ชาวไร่  ชาวนา  ชาวสวนหรือผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับการสัมผัสดินที่เดินเท้าเปล่าบนพื้นดิน รวมถึงเด็ก ๆ ที่เดินเล่นวิ่งเล่นตามพื้นดินหรือจากการรับประทานอาหารหรือน้ำดื่มที่ปนเปื้อนหนอนพยาธิตัวอ่อนระยะติดต่อเข้าไป  การติดเชื้อส่วนใหญ่เกิดจากหนอนพยาธิที่มาจากสุนัขและแมว  ซึ่งกลายสายพันธุ์เป็นหนอนพยาธิปากขอที่ทำให้เกิดการติดเชื้อในลำไส้ของคน ซึ่งการติดเชื้อจากสุนัขและแมวสามารถติดเชื้อในคน การติดเชื้อเริ่มต้นเมื่อตัวอ่อนเจาะผิวหนัง ปัจจัยเสี่ยงในการพัฒนาการติดเชื้อหนอนพยาธิปากขอ ได้แก่ ภูมิลำเนาที่อยู่อาศัย  การสัมผัสพื้นดินใบหญ้าที่มีเชื้อหนอนพยาธิ  การเดินเท้าเปล่า  การรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล เด็กและสตรีมีความเสี่ยงสูงสุดต่อการแพร่กระจาย   รวมถึงปัจจัยหลายประการเช่นสภาพอากาศที่อบอุ่นและชื้นน้ำประปาที่มีการปนเปื้อนหนองพยาธิ

การวินิจฉัยโรคทางห้องปฏิบัติการจากเจ้าหน้าเทคนิคการแพทย์ โดยการตรวจหาไข่ของหนอนพยาธิปากขอในอุจจาระ ซึ่งไข่จะมีลักษณะหัวมนท้ายมนมีเปลือกบางใส อาจพบหนอนพยาธิตัวอ่อนที่ฟักออกจากไข่ในกรณีที่เก็บอุจจาระไว้นาน    นอกจากนี้อาจสังเกตอาการทางผิวหนัง   เช่น เห็นรอยผื่นคดเคี้ยวอยู่ใต้ชั้นผิวหนังเป็นเส้นนูน ๆ สีแดง อาจมีอาการคันด้วย  เนื่องจากหนอนพยาธิปากขอเหล่านี้ไม่สามารถเจริญเป็นระยะตัวเต็มวัยในคนได้  แต่จะไชอยู่ในผิวหนังจนมันตายไปเอง  เมื่อมีหนอนพยาธิในร่างกายในผิวหนังอาจจะทำให้เกิดตุ่มน้ำใสเล็ก ๆ จากอาการแพ้ร่วมด้วยได้

ตัวอ่อนของหนอนพยาธิที่ไชเข้าผิวหนังหรือการติดเชื้อในลำไส้  อาจทำให้เกิดลำไส้อักเสบหนอนพยาธิตัวเต็มวัยอาศัยอยู่ในลำไส้เล็กส่วนปลายที่ต่อกับลำไส้ใหญ่  และอาจพบที่บริเวณไส้ติ่งได้ด้วยหลังจากการเจาะผิวหนังของตัวอ่อนของหนอนพยาธิผ่านเข้าสู่กระแสเลือด  เข้าสู่หัวใจและเข้าไปยังเส้นเลือดในปอด  เจาะเข้าถุงลมในปอดและย้ายผ่านไปที่หลอดลมแล้วก็ไปที่ลำไส้  ผลทำให้เกิดอาการจากการติดเชื้อหนอนพยาธิปากขอ  ในช่วงระยะที่มีหนอนพยาธิอยู่ที่ปอดอาจแสดงอาการ เช่น ระคายเคืองคอหอย  ไอจามและหายใจลำบาก  หลอดลมอักเสบ ไอเป็นเลือดและโรคปอดบวม  ถ้ามีการติดเชื้อหนอนพยาธิที่ลำไส้เล็กอาจแสดงอาการ  เช่น ปวดท้อง  แน่นท้อง  ท้องเสีย  เลือดปนมากับอุจจาระ  อุจจาระสีเข้ม โลหิตจาง คันก้น  อาการอื่น ๆ ที่อาจเกี่ยวข้อง  เช่น คลื่นไส้  อาเจียน คันผิวหนัง หรือน้ำหนักลด ผลเสียของการติดเชื้อหนอนพยาธิปากขอ  คือการขาดธาตุเหล็กทำให้โลหิตจางจากการสูญเสียเลือด  เพราะการดูดกินของหนอนพยาธิโดยตรงหรือเนื่องจากการรั่วไหลของเลือดจากบริเวณที่พยาธิปากคอเจาะไชที่ลำไส้ หากหนอนพยาธิไชไปที่ดวงตาอาจทำให้ตาบอดได้ อย่างไรก็ตามควรมีการส่งตรวจอุจจาระประจำปีอย่างน้อยสักปีละ 1 ครั้ง เพื่อให้ทางห้องปฏิบัติการทางการแพทย์วินิจฉัยว่ามีการติดเชื้อพยาธิหรือไม่ 

บางคนเรียกว่าหนอนพยาธิเข็มหมุดเป็นหนอนพยาธิตัวกลมชนิดหนึ่งที่มีสีขาว  ลักษณะคล้ายเส้นด้ายมีขนาดตั้งแต่ 2-13 มิลลิเมตร  เป็นหนอนพยาธิตัวกลมซึ่งตัวเต็มวัยของหนอนพยาธิจะอาศัยอยู่ในลำไส้เล็กและวางไข่บริเวณรูทวารหนัก เมื่อหนอนพยาธิตัวเมียออกไข่ตัวอ่อนพยาธิจะฟักออกจากไข่เกือบทันที  ทำให้ตรวจพบตัวอ่อนของหนอนพยาธิในอุจจาระได้  หลังจากนั้นจะเจริญพัฒนาเป็นหนอนพยาธิตัวอ่อนระยะติดต่ออยู่ในดิน  หนอนพยาธิชนิดนี้พบได้ในคนทุกวัยซึ่งพบมากที่สุดในเด็ก

หนอนพยาธิเส้นด้ายเข้าสู่ร่างกายได้ทางปากและการหายใจ โดยไข่ของหนอนพยาธิชนิดนี้มีขนาดเล็กมากจนมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า  อาศัยอยู่ในฝุ่นละอองได้นานถึง 1-2 สัปดาห์   อาจปนเปื้อนอยู่ตามเสื้อผ้า  ผ้าเช็ดตัว  ผ้าปูที่นอน หรือผ้าห่ม  สามารถฟุ้งกระจายในอากาศ ทำให้เราหายใจเข้าไปได้โดยไม่รู้ตัว  รวมถึงการรับประทานอาหารหรือใช้มือที่ปนเปื้อนเชื้อของหนอนพยาธิเข้าปาก การรับประทานอาหารที่มีการปนเปื้อนไข่หรือตัวของหนอนพยาธิ เช่น  ผักสด ผลไม้สด และมีพฤติกรรมการรับประทานอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ รวมถึงหนอนพยาธิชนิดนี้สามารถติดต่อเข้าสู่คนโดยการไชเข้าผิวหนังเช่นเดียวกับพยาธิปากขอ

อาการที่อาจสงสัยได้ว่ามีเชื้อหนอนพยาธิในร่างกาย  เช่น ปวดท้องบริเวณลิ้นปี่  จุกเสียดแน่นที่ยอดอก เบื่ออาหาร น้ำหนักตัวลด อ่อนเพลีย มีถ่ายเหลว อาจมีอาการคันบริเวณรูทวารหนักในระยะที่พยาธิออกมาวางไข่ ซึ่งมักเกิดขึ้นในเวลากลางคืนหรือขณะนอนหลับ เป็นต้น  การวินิจฉัยโรคทางห้องปฏิบัติการจากเจ้าหน้าที่เทคนิคการแพทย์ โดยการตรวจหาตัวพยาธิในอุจจาระสามารถระบุชนิดของหนอนพยาธิได้ค่อนข้างแม่นยำ เช่น  การเก็บตัวอย่างด้วยเทปกาวแพทย์จะให้ผู้เข้ารับการตรวจเก็บตัวอย่างพยาธิด้วยการใช้เทปใสแปะบริเวณรอบรูทวารหนักทันทีหลังจากตื่นนอน  จากนั้นเก็บเทปกาวใส่ภาชนะที่ปิดสนิทแล้วนำมาส่งตรวจในห้องปฏิบัติการต่อไป

 

หากมีหนอนพยาธิไชเข้าผิวหนังอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการผื่นคัน  เมื่อหนอนพยาธิไชผ่านไปที่ปอดทำให้เกิดหลอดลมหรือปอดอักเสบได้  คนไข้จะมีอาการไอ เหนื่อยหอบ มีไข้ อาจพบตัวอ่อนของหนอนพยาธิปนมากับเสมหะได้ จากนั้นหนอนพยาธิจะกลับมาเจริญเป็นหนอนพยาธิตัวเต็มวัยในลำไส้เล็ก  อาจส่งผลให้เกิดลำไส้อักเสบ ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสียได้  นอกจากนี้ตัวอ่อนของหนอนพยาธิที่ฟักออกจากไข่ในลำไส้แล้วแต่ไม่ได้ถูกขับออกมากับอุจจาระ ก็สามารถเจริญเป็นหนอนพยาธิตัวอ่อนระยะติดต่อในลำไส้ของคนไข้คนเดิมได้ด้วย

   

  1. โรคพยาธิตัวจี๊ด

หนอนพยาธิตัวเต็มวัยทั้งตัวเมียและตัวผู้มีขนาดความยาวประมาณ 1.5 -3.0 เซนติเมตร มีลักษณะลำตัวกลมยาว หัวมีลักษณะเหมือนลูกฟักทองหัวกับลำตัวของหนอนพยาธิจะมีหนาม  ตัวอ่อนระยะติดต่อของหนอนพยาธิมีลักษณะคล้ายหนอนพยาธิตัวเต็มวัย แต่มีหนามน้อยกว่าและมีขนาดเล็กมาก มักจะขดตัวอยู่ในถุงหุ้มซึ่งฝังตัวอยู่ในเนื้อของสัตว์พาหะนำเชื้อหนอนพยาธิ  ได้แก่ ปลาน้ำจืด เช่น ปลาไหล ปลาช่อน ปลาดุก สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ เช่น กบ สัตว์เลื้อยคลาน เช่น งู สัตว์ปีก  ส่วนพยาธิที่พบในคนจะเคลื่อนที่ไปเรื่อย ๆ และมีขนาดยาวประมาณ 0.4 – 0.9 เซนติเมตร ในประเทศไทยพบความชุกสูงสำหรับสิ่งมีชีวิตที่มีหนอนพยาธิอาศัยอยู่  คือปลา กบ สัตว์เลื้อยคลาน นกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมบางชนิด

การติดเชื้อเกิดขึ้นจากการกลืนกินหรือรับประทานตัวอ่อนที่มีหนอนพยาธิปะปนอยู่ในเนื้อสัตว์ที่ปรุงไม่สุกหรือสุก ๆ ดิบ ๆ  เช่น ปลาน้ำจืดทั่วไป  กบ งูและไก่ เมื่อเรารับประทานตัวอ่อนของหนอนพยาธิเข้ามาในร่างกาย หนอนพยาธิจะไชทะลุเนื้อเยื่อระบบทางเดินอาหารไปยังเนื้อเยื่อที่ตับและอวัยวะอื่น ๆ  

 

 

  เราสามารถสังเกตจากอาการที่เกิดขึ้นในร่างกาย  เช่น มีผื่นขึ้นตามตัวบ่อย ๆ  โดยไม่มีสาเหตุอื่น ๆ ผื่นบวม ๆ ยุบ ๆ และผื่นหรือตุ่มเคลื่อนที่ได้  หนอนพยาธิอาจจะไชออกมาทางผิวหนังแต่โดยปกติมักไม่พบหนอนพยาธิแม้จะผ่านเข้าไปข้างในบริเวณที่บวม  ดังนั้นการที่จะบอกได้ว่าเป็นโรคนี้นั้นมักดูจากอาการของโรคว่ามีอาการเจ็บ ปวด บวม และบริเวณดังกล่าวนั้นสามารถเคลื่อนที่ได้  และพฤติกรรมการรับประทานอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ หรือไม่  แพทย์อาจพิจารณาเจาะเลือดหรือน้ำไขสันหลังเพื่อตรวจด้วยวิธีทางภูมิคุ้มกัน  หากจะระบุว่าเป็นโรคหนอนพยาธิตัวจี๊ดแน่นอนนั้นต้องตรวจพบตัวหนอนพยาธิ   โดยการวินิจฉัยโรคทางห้องปฏิบัติการจากเจ้าหน้าที่เทคนิคการแพทย์ซึ่งเป็นการยื่นยันผลที่ชัดเจนที่สุด

โรคติดเชื้อหนอนพยาธิที่มาจากอาหารมีอาการแสดงที่หลากหลายบางครั้งรุนแรง  อาการที่พบบ่อยที่สุดของการติดเชื้อในคน  คือบวมใต้ผิวหนังและหลอดเลือด บวมตามผิวหนังเป็นก้อน บวม ๆ ยุบ ๆ และตำแหน่งที่บวมสามารถเคลื่อนที่ได้ อาการปวดท้องแบบเป็น ๆ หาย ๆ เป็นพัก ๆ อาจมีอาการท้องเสียต่อเนื่อง อาการปวดหน้าท้องด้านบนขวา  นอกจากนี้ตัวอ่อนของพยาธิสามารถเคลื่อนย้ายไปยังตำแหน่งอื่นเช่นตับทำให้เกิดฝี หากไชเข้าตาทำให้สูญเสียการมองเห็น  หรือไชเข้าระบบประสาทส่วนกลางรวมถึงไขสันหลังและสมองทำให้เกิดอาการปวดเส้นประสาทอัมพาตโคม่าและเสียชีวิตได้

  1. โรคพยาธิใบไม้ตับ

หนอนพยาธิใบไม้ตับมีสาเหตุมาจากหนอนพยาธิที่มีรูปร่างแบนคล้ายใบไม้ มีส่วนหัวส่วนท้ายของลำตัวเรียวมน ขนาดของพยาธิใบไม้ตับลำตัวยาว 5-10 มิลลิเมตร กว้าง 1-2 มิลลิเมตร  ในลำตัวจะมีระบบสืบพันธุ์ของทั้งเพศเมียและเพศผู้ พบได้ทั้งในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ภาคเหนือของไทย และประเทศลาวในบริเวณลุ่มแม่น้ำโขง  แต่ปัจจุบันพบได้ทุกที่ที่มีแม่น้ำไหลผ่าน  ปกติหนอนพยาธิตัวเต็มวัยอาศัยอยู่ในท่อทางเดินน้ำดีที่อยู่ในตับของคน สุนัขและแมว เมื่อหนอนพยาธิผสมพันธุ์แล้วจะสร้างไข่จำนวนมาก ซึ่งไข่ของหนอนพยาธิชนิดนี้มีขนาดเล็กสีน้ำตาลเหลือง เมื่อไข่ออกมาจะปะปนมากับน้ำดีและเข้าสู่ลำไส้เล็ก จากนั้นออกนอกร่างกายโดยการขับถ่ายอุจจาระ หากไข่ตกลงสู่แม่น้ำลำคลองจะถูกหอยน้ำจืดบางชนิดกินเข้าไป ตัวอ่อนที่อยู่ในไข่ของหนอนพยาธิจะอาศัยในตัวหอยแล้วออกจากหอยและว่ายน้ำไปไชเข้าใต้เกล็ดของปลาน้ำจืด เช่น ปลาตะเพียน ปลาขาว ปลาสร้อย ปลากะสูบ ปลาซิว ปลานิล เป็นต้น แล้วโตเป็นหนอนพยาธิตัวอ่อนระยะติดต่อที่อยู่ในเนื้อปลา  เมื่อคนหรือสัตว์  เช่น สุนัข และแมว รับประทานเนื้อปลาที่สุก ๆ ดิบ ๆ ไม่สุกหรือดิบ ก็จะได้รับตัวอ่อนของหนอนพยาธิระยะติดต่อเข้าไป เมื่อน้ำย่อยในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กย่อยเนื้อปลาและผนังหุ้มตัวอ่อนของหนอนพยาธิ ก็จะทำให้ตัวอ่อนของหนอนพยาธิออกมาและคลืบคลานเข้าไปในระบบท่อน้ำดี ผ่านทางรูเปิดที่ลำไส้เล็กและเจริญเติบโตเป็นหนอนพยาธิตัวเต็มวัยต่อไป

สิ่งที่มักเป็นสาเหตุของการติดเชื้อหนอนพยาธิใบไม้ในตับ คือพวกปลาน้ำจืดที่มีเกล็ด โดยการนำมาปรุงอาหารแบบสุก ๆ ดิบ ๆ เช่น ก้อยปลา ลาบปลา  ปลาหมกไฟ  ปลาสด ปลาปิ้ง  ปลาส้ม ปลาจ่อม หม่ำปลา แจ่วบอง ปลาร้า ซึ่งตัวอ่อนของหนอนพยาธิระยะติดต่อยังมีชีวิตอยู่ และสามารถเจริญเติบโตเป็นหนอนพยาธิตัวเต็มวัยในท่อน้ำดีภายในตับได้ ลาบหรือก้อยปลาส่วนใหญ่ถ้าหมักไว้นานเกิน 2 เดือนขึ้นไป หนอนพยาธิตัวอ่อนที่อยู่ในปลาก็จะตายเอง แต่ถ้ากลุ่มแม่ค้านำปลาใหม่มาใส่เพิ่มลงในน้ำปลาร้า เพื่อทำให้ปริมาณ มากขึ้น หนอนพยาธิอาจยังไม่ตายเราก็มีความเสี่ยงเป็นโรคได้ หากยังมีพฤติกรรมการรับประทานอาหารจำพวกดังที่กล่าวมาแบบสุก ๆ ดิบ ๆ 

อาจสังเกตอาการแสดงที่เกิดขึ้นเช่น  ปวดท้องข้างขวาบ่อย ๆ โดยไม่มีสาเหตุอื่น  หรือมีพฤติกรรมการรับประทานปลาน้ำจืด  สัตว์น้ำจืด แบบปรุงกึ่งสุกกึ่งดิบ  ทั้งนี้การวินิจฉัยโรคทางห้องปฏิบัติการจากเจ้าหน้าที่เทคนิคการแพทย์จะมีความแม่นยำมากกว่าการสังเกตจากอาการดังที่กล่าวมา  การตรวจวินิจฉัยที่ง่ายที่สุดคือการตรวจอุจจาระและพบไข่พยาธิ ซึ่งไข่มีรูปร่างคล้ายหลอดไฟฟ้าชนิดกลมมีไส้ ไข่มีขนาดเล็กสีน้ำตาลเหลือง นอกจากนี้อาจตรวจทางวิทยาภูมิคุ้มกัน หรือการตรวจทางรังสีวินิจฉัยร่วมด้วย

คนส่วนใหญ่ที่ติดเชื้อหนอนพยาธิใบไม้ตับแรก ๆ มักจะไม่ค่อยมีอาการอะไรที่บ่งชี้ว่ามีหนอนพยาธิในร่างกาย ทำใหไม่รู้ตัวเลยว่ามีหนอนพยาธิในร่างกายแต่เมื่อปล่อยไว้นาน ๆ ร่วมกับยังมีพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่มีหนอนพยาธิตัวอ่อนเข้าไปอยู่เรื่อย ๆ เป็นเวลานาน ๆ ก็อาจจะส่งผลให้มีอาการเกิดขึ้นได้  หนอนพยาธิตัวอ่อนที่รับประทานเข้าไป  จะเข้าไปเจริญเติบโตเป็นหนอนพยาธิตัวเต็มวัย และอาศัยอยู่ในท่อน้ำดีในตับของคนถ้ายังคงรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนตัวอ่อนพยาธิเข้าไปเรื่อย ๆ ทุกวัน ๆ ปริมาณหนอนพยาธิก็จะเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ หนอนพยาธิจะดูดกินสารอาหารจากเลือดและท่อน้ำดีในตับ ทำให้เกิดการอักเสบการระคายเคืองในท่อน้ำดี ทั้งนี้ตัวหนอนพยาธิเองก็อาจจะดูดกินที่ท่อน้ำดีทำให้ปริมาณน้ำดีไหลไม่สะดวก อาจส่งผลให้มีอาการอืดท้อง ท้องเฟ้อ ร้อน ๆ ท้องข้างขวาบริเวณตับได้  ถ้าติดเชื้อแทรกซ้อนจะทำให้ท่อน้ำดีอักเสบ ตัวเหลือง ตาเหลือง มีไข้ ปวดท้องได้ แต่ที่น่ากลัวนั้นคือถ้าเป็นสะสมนาน ๆ อาจทำให้เกิดถุงน้ำดีอักเสบ เยื่อหุ้มปอดอักเสบ  โรคนิ่วและอาจจะเป็นมะเร็งท่อน้ำดีในภายหลังได้  

 

การรักษาด้วยยาเมื่อติดเชื้อหนอนพยาธิ

ปัจจุบันทางการแพทย์มียาที่ใช้เฉพาะเจาะจงสำหรับการฆ่าเชื้อหนอนพยาธิได้หลายชนิด  ยาที่ใช้เป็นชนิดเม็ดสำหรับรับประทานมีคุณสมบัติในการทำลายผิวนอกของหนอนพยาธิให้เกิดการบาดเจ็บ  รวมถึงออกฤทธิ์ทำให้หนอนพยาธิเป็นอัมพาตไม่สามารถเคลื่อนที่และดูดกินอาหารได้และอดอาหารตายในที่สุด  ปกติแพทย์หรือเภสัชกรจะพิจารณาจ่ายยาชนิดรับประทาน  ตามน้ำหนักตัวของผู้ป่วยที่สงสัยว่าติดเชื้อหนอนพยาธิแต่ละชนิด ยาบางชนิดจะแนะนำให้ผู้ป่วยรับประทานยาโดยการเคี้ยวหรือไม่เคี้ยวก่อนกลืน  หรือต้องรับประทานก่อนนอนเพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงของยาที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ป่วยได้  อาการข้างเคียงที่มักเกิดขึ้น ได้แก่ อาเจียนและคลื่นไส้ วิงเวียนศีรษะ  เป็นต้น

ฉะนั้นยาหลักที่ใช้รักษาการติดเชื้อหนอนพยาธิในปัจจุบัน  คือ ยารูปแบบเม็ดรับประทาน ซึ่งอาจให้รับประทานครั้งเดียว หรือต่อเนื่องสามครั้งติดต่อต่อกัน  หรือรับประทานต่อเนื่อง 3  สัปดาห์ขึ้นอยู่กับชนิดของหนอนพยาธินั้นเอง 

 

การป้องกันและจัดการกับโรคหนอนพยาธิด้วยตนเอง

หากมีความเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อหนอนพยาธิเข้ามาในร่างกาย  ควรส่งอุจจาระเพื่อตรวจหาไข่พยาธิและตัวอ่อนพยาธิประจำปีอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง  ซึ่งเป็นวิธีการวินิจฉัยที่ให้ผลถูกต้องแม่นยำค่อนข้างแม่นยำทำได้ง่าย  สามารถขอรับการตรวจได้ที่โรงพยาบาลตามสิทธิ์การรักษาของตน  ส่วนการรักษาปัจจุบันมียาหลายชนิดที่ให้ผลดีผลข้างเคียงของยาน้อย นอกจากการรับประทานยาแล้วยังต้องป้องกันไม่ให้เป็นโรคติดเชื้อหนอนพยาธิซ้ำ   โดยการปฏิบัติตนให้ถูกสุขลักษณะ  เช่น รับประทานอาหาร ผักสด ผลไม้ และน้ำดื่มที่สะอาด ต้องถ่ายอุจจาระในส้วม   ซึ่งจะเป็นการลดโอกาสการติดเชื้อหนอนพยาธิให้น้อยลงได้

หากมีพฤติกรรมเสี่ยงที่สงสัยว่ามีการติดเชื้อหนอนพยาธิควรรีบรักษาโดยการใช้ยาจากการปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร   เพื่อพิจารณาให้รับประทานยาและควรให้ผู้ที่อาศัยอยู่ร่วมกันรักษาด้วยเช่นกัน  ระหว่างนี้หากเป็นนักเรียนไม่จำเป็นต้องหยุดเรียน  หากอยู่ในวัยทำงานก็ไม่มีความจำเป็นต้องหยุดงาน  เพราะไม่ส่งผลกระทบใด ๆ ต่อร่างกาย แต่ควรดูแลเอาใจใส่เรื่องความสะอาดและสุขอนามัยให้มากขึ้นตามคำแนะนำต่อไปนี้

  1. เปลี่ยนกางเกงในทุกวัน
  2. ทำความสะอาดบ้านให้สะอาดโดยเฉพาะห้องนอนและที่นอน เพื่อกำจัดฝุ่นละอองที่เป็นแหล่งสะสมของหนอนพยาธิหรือไข่ของหนอนพยาธิ
  3. อาบน้ำทุกเช้าเพื่อชำระล้างไข่หนอนพยาธิตรงทวารหนักและบริเวณที่อาจปนเปื้อนเข้าสู่ร่างกาย
  4. ซักและเปลี่ยนผ้าปูที่นอน โดยเฉพาะในช่วง 7-10 วันหลังจากการรักษาด้วยยา
  5. ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังเข้าห้องน้ำหรือก่อนหยิบจับอาหารรับประทาน
  6. ตัดเล็บให้สั้นอยู่เสมอเพื่อป้องกันการสะสมของไข่หนอนพยาธิ
  7. ให้เด็กที่ติดเชื้อหนอนพยาธิสวมถุงมือขณะนอนหลับเพื่อลดการระคายเคืองจากการเกาก้น
  8. ไม่รับประทานอาหารบนที่นอน
  9. ไม่รับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบของน้ำตาล ควรรับประทานอาหารที่มีกากใยสูงเพื่อป้องกันอาการท้องผูก  ซึ่งจะกระทบต่อการถ่ายพยาธิออกมาจากร่างกาย
  10. เลิกรับประทานปลาน้ำจืดที่มีเกล็ด แบบดิบหรือปรุงไม่สุก
  11. รับประทานอาหารตามหลักโภชนาการให้ครบ 5 หมู่ ในปริมาณที่ครบถ้วนเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
  12. ขับถ่ายในส้วมให้ถูกสุขลักษณะ เพราะถ้าขับถ่ายไม่ถูกที่ของเสียอาจไหลลงสู่แม่น้ำลำคลอง  ก็จะทำให้ไข่ของหนอนพยาธิมีโอกาสแพร่กระจายเข้าสู่หอยน้ำจืดซึ่งเป็นพาหะที่ 1 ของหนอนพยาธิใบไม้ตับได้

โดยสรุปโรคหนอนพยาธิมีหลักการในการควบคุมและป้องกันโรคง่ายมาก เพียงเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารดิบ   โดยหันมารับประทานอาหารที่ปรุงสุกแทน  แต่ในทางปฏิบัติอาจทำได้ยากเพราะบางท้องที่ถือเป็นวัฒนธรรมการรับประทานที่มีมาตั้งแต่บรรพบุรุษ  แม้ว่าในปัจจุบันหน่วยงานภาครัฐและเอกชนจะพยายามรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงอันตรายของโรคหนอนพยาธิใบไม้ตับ เพื่อลดจำนวนผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งของท่อน้ำดีก็ตาม แต่จำนวนผู้ป่วยโรคหนอนพยาธิใบไม้ตับ รวมทั้งผู้ป่วยที่โรคพัฒนาต่อไปเป็นมะเร็งท่อน้ำดีก็ยังเป็นตัวเลขที่สูงอยู่  ซึ่งเป็นโรคหนอนพยาธิที่มีอันตรายในระยะยาวที่ส่งผลต่อร่างกายนั้นเอง

เรียบเรียงโดย

ภก.กุญชร    เหรียญทอง

19 กุมภาพันธ์ 2563

อ้างอิง

  1. Nasution RKA, Nasution BB, Lubis M and Lubis IND. Prevalence and Knowledge of Soil-Transmitted Helminth Infections in Mandailing Natal, North Sumatera, Indonesia. Open Access Maced J Med Sci. 2019 Oct 14;7(20):3443-3446.
  2. Jung BK, Lee JY, Chang T, Song H, Chai JY. Rare Case of Enteric Ancylostoma caninum Hookworm Infection, South Korea. Emerg Infect Dis. 2020 Jan;26(1):181-183.
  3. Jimenez Castro PD, Howell SB, Schaefer JJ, Avramenko RW, et al. Multiple drug resistance in the canine hookworm Ancylostoma caninum: an emerging threat. Parasit Vectors. 2019 Dec 9;12(1):576.
  4. Oswald WE, Halliday KE, Mcharo C, Witek-McManus S, et al.  Domains of transmission and association of community, school, and household sanitation with soil-transmitted helminth infections among children in coastal Kenya. PLoS Negl Trop Dis. 2019 Nov 25;13(11):e0007488.
  5. Sapp SGH, Kaminski M, Abdallah M, Bishop HS1, et al. Percutaneous Emergence of Gnathostoma spinigerum Following Praziquantel Treatment. Trop Med Infect Dis. 2019 Dec 14;4(4). pii: E145.
  6. Van Tuyen N, Thi Kim Lan N, Doanh PN. Morphological and molecular characteristics of adult worms of Gnathostoma Owen, 1836 (Nematoda) collected from domestic pigs in Dien Bien Province, northern Vietnam. Folia Parasitol (Praha). 2019 Aug 19;66. pii: 2019.010.
  7. Jongthawin J, Intapan PM, Sanpool O, Janwan P, et al. Molecular phylogenetic confirmation of Gnathostoma spinigerum Owen, 1836 (Nematoda: Gnathostomatidae) in Laos and Thailand. Folia Parasitol (Praha). 2016 Jan 25;63. pii: 2016.002.
  8. Viseshakul N, Dechkhajorn W, Benjathummarak S, Nuamtanong S,  Maneerat Y. Excretory-secretory product of third-stage Gnathostoma spinigerum larvae induces apoptosis in human peripheral blood mononuclear cells. Parasitol Res. 2017 Oct;116(10):2783-2794.
  9. Eamsobhana P, Wanachiwanawin D, Roongruangchai K, Song S, Yong, H. (2017). Genetic diversity of infective larvae of Gnathostoma spinigerum (Nematoda: Gnathostomatidae) in freshwater swamp eels from Thailand. Journal of Helminthology, 91(6), 767-771.
  10. Cornaglia J, Jean M, Bertrand K, Aumaître H, Roy M, & Nickel B. Gnathostomiasis in Brazil: an emerging disease with a challenging diagnosis. J Travel Med. 2016 Oct 30;24(1).https://www.tm.mahidol.ac.th/th/tropical-medicine-knowledge/new/Helminth.html.
  11. Biology. (2013, January10). Retrievedfrom. https://www.cdc.gov/parasites/taeniasis/biology.htm
  12. Chuchuen O, Thammaratana T, Sanpool O, Rodpai R, Maleewong W, et al.  Rapid label-free analysis of Opisthorchis viverrini eggs in fecal specimens using confocal Raman spectroscopy. PLoS One. 2019 Dec 26;14(12):e0226762.