
![]() |
||
สุขภาพตามเพศและวัย
ยาที่ถูกสืบค้นมากที่สุด
เอาใจ "ใส่" ยา
“รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง” ....ภาษิตจีนที่อาจฟังดูเชยไปนิด แต่ก็เป็นคติสอนใจที่ดี ถ้าเปรียบการใช้ยาเป็นการออกรบ หากเราต้องการชนะ (โรค) ก็ควรเริ่มต้นจากการทำความรู้จักกับยาที่อยู่ในมือให้ดีเสียก่อน ความรู้เรื่องยาฉบับนี้ มีข้อควรรู้บางประการเพื่อช่วยทดสอบว่า คุณรู้จัก “ยา” ที่คุณกำลังจะรับประทานดีแค่ไหน
-
ยาชื่ออะไร
คุณควรรู้ทั้งชื่อการค้าและชื่อสามัญทางยา ชื่อการค้าของยา เรียกให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือยี่ห้อของยานั่นเอง ส่วนชื่อสามัญทางยาก็เปรียบเหมือนชื่อสากล พูดที่ไหนในโลกคนก็รู้จัก
-
ผลที่คาดว่าจะได้รับจากยา
เช่น เมื่อไหร่กว่ายาจะเริ่มออกฤทธิ์ เมื่อไหร่อาการของคุณจะเริ่มดีขึ้น และ จะสังเกตอย่างไร
-
วิธีใช้ยา
ยาบางชนิดอาจมีวิธีใช้พิเศษจำเพาะ เช่น ยาพ่น ยาเหน็บ คุณรู้วิธีใช้ที่ถูกต้องหรือไม่
-
ใช้อย่างไร
วันละกี่ครั้ง เวลาไหน
-
อาหาร
ควรรับประทานก่อน/หลัง หรือพร้อมอาหาร
-
ระยะเวลา
ต้องใช้ยาติดต่อกันนานแค่ไหน เช่น ยาฆ่าเชื้อต้องรับประทานติดต่อกันทุกวันจนหมดตามจำนวนที่แพทย์สั่ง หรือยาบางชนิดก็สามารถรับประทานเฉพาะเวลามีอาการได้ เช่น ยาแก้แพ้ แก้คัน
-
ถ้าลืม
หากคุณลืมรับประทานหรือใช้ยานั้น จะต้องทำอย่างไร
-
สิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยง
อาหารหรือเครื่องดื่มบางชนิด เช่น นม ชา กาแฟ แอลกอฮอล์ มีผลต่อการดูดซึมหรือการออกฤทธิ์ของยาบางชนิดได้ เช่น ยาฆ่าเชื้อกลุ่มควิโนโลน (เช่น norfloxacin, ciprofloxacin เป็นต้น ) ควรรับประทานห่างจากอาหารหรือนมอย่างน้อย 2 ชั่วโมง เครื่องดื่มอีกอย่างที่เรามักมองข้ามไปคือ น้ำแร่ ถ้าเห็นใครกำลังรับประทานยาพร้อมน้ำแร่ ช่วยสะกิดบอกเขาทีว่า น้ำที่ปราศจากสี กลิ่น รส อย่างน้ำเปล่า นี่แหละดีที่สุดสำหรับยาค่ะ
-
คำแนะนำพิเศษ
ยาบางชนิดมีคำแนะนำพิเศษของยาที่คุณควรรู้ เช่น
-ยาบางชนิดทำให้ง่วงนอนไม่ควรขับรถหรือใช้เครื่องจักร เช่น ยาลดน้ำมูก chlorpheniramine ยาแก้เมารถอย่าง dimenhydrinate หรือยาแก้ไอที่มีส่วนผสมของ codeine เป็นต้น
- ยารักษาโรคกระดูกพรุนบางชนิด เช่น alendronic acid หลังจากรับประทานยาแล้วห้ามเอนตัว ลงนอนไม่น้อยกว่า 30 นาที เพราะยาอาจทำให้ระคายเคืองหลอดอาหารได้
- ยาบางชนิดทำให้อุจจาระหรือปัสสาวะเปลี่ยนสี เช่น ยาที่มีส่วนประกอบของธาตุเหล็กจะทำให้อุจจาระเปลี่ยนเป็นสีดำ ยารักษาวัณโรคอย่าง rifampicin ทำให้ปัสสาวะเปลี่ยนเป็นสีแดง เป็นต้น ถ้าไม่รู้ข้อมูลเหล่านี้ก่อน อาจทำให้หลายคนตกใจจนไม่ยอมรับประทานยาต่อจนครบ
-
อาการข้างเคียง
ในระหว่างใช้ยาอาจเกิดอาการข้างเคียงอะไรบ้าง หากเกิดแล้วต้องทำอย่างไร
-
เมื่อไหร่จึงควรแจ้งแพทย์
หากใช้ยาแล้วคิดว่าไม่ได้ผลหรืออาการไม่ดีขึ้น ต้องรอนานแค่ไหนจึงควรจะกลับไปพบแพทย์
-
จะเก็บยานี้อย่างไร
ยาบางชนิดสามารถเก็บที่อุณหภูมิห้องปกติ บางชนิดต้องเก็บในตู้เย็น หรือบางชนิดต้องเก็บในภาชนะที่ป้องกันแสงได้เพื่อให้ยาไม่เสื่อมคุณภาพ
-
วันหมดอายุของยา
การรับประทานยาที่หมดอายุไม่เพียงแต่จะทำให้อาการไม่หาย ยังอาจทำให้เกิดอันตรายจากยาได้
อ่านมาถึงบรรทัดนี้ ถ้าคุณตอบคำถามด้านบนได้ครบทุกข้อ ก็วางใจใช้ยาชนิดนั้นได้แล้วค่ะ แต่ถ้าคำตอบข้อไหนคือ “ไม่รู้” คุณควรไขข้อข้องใจนั้นกับเภสัชกรที่จ่ายยาให้คุณก่อน และสุดท้ายสิ่งสำคัญที่ต้องพึงระลึกไว้เสมอคือ ก่อนใช้ยาชนิดใดก็ตามต้องอ่านวิธีใช้บนฉลากยาอย่างละเอียดก่อนใช้ยาทุกครั้งนะคะ โดยเฉพาะใครที่ต้องดูแลผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อ คุณแม่ หรือผู้สูงอายุท่านอื่นในบ้าน วัยที่มากขึ้นยิ่งมีโอกาสได้รับอันตรายจากการใช้ยามากกว่าคนทั่วไป คุณยิ่งควรเพิ่มความเอาใจใส่มากขึ้น.....เพราะท่านก็เป็นคนที่คุณรัก ใช่ไหมคะ
หมวดหมู่ : รอบรู้เรื่องยา | อื่นๆ
หมวดหมู่ : รอบรู้เรื่องยา | อื่นๆ |





