top


รายนามผู้บริจาคเงินสนับสนุนมูลนิธิ : ศาสตราจารย์ นพ.เกษม วัฒนชัย: คุณ สุธี มีนชัยนนท์ : คุณ สุชาติ เศรษฐีวรรณ : คุณ ยง สุขสุดประเสริฐ : คุณ สมเกียรติ เหล่าทวีสุข : คุณ สมเกียรติ สภาสกุลวนิช : ดร. ไกรสร จันศิริ : คุณ ไพโรจน์ จิรชนานนท์ : คุณ กิตติ กาญจนเสวี : คุณ ตรีโรจน์ มหะนาวานนท์ : คุณ ปรีชา - คุณ ศรีนวล อนันตโชติ : บ. เอช.ไอ.เอ็ม. เอ็นจีเนียริ่ง จำกัด : คุณ พวงทิพย์ เฟื่องฟูสกุล : รศ.ดร.เสาวคนธ์ รัตนวิจิตราศิลป์ : คุณ ตง ธีระนุสรณ์กิจ : คุณ วินัย บุญอยู่ : คุณ ชูศักดิ์ วีระชาติสกุลชัย : คุณ รังสรรค์ รัตนพันธ์
ยากับคุณ ยากับคุณ รอบรู้เรื่องโรค โรคกระดูกและข้อ วิธีป้องกันและบรรเทาอาการเจ็บป่วยจากโรคเกาท์

วิธีป้องกันและบรรเทาอาการเจ็บป่วยจากโรคเกาท์

คือการระมัดระวังในการเลือกรับประทานอาหาร หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีพิวรีนสูง เพราะว่าจะทำให้เกิดการอักเสบของข้อขึ้นอีก โดยเจ็บปวดที่ข้อเดิมก่อนแล้วจะเป็นที่ข้ออื่น ๆ ตามมา จนกระทั่งเป็นเกือบทุกข้อทั่วร่างกาย อาการปวดจะถี่ขึ้นและนานขึ้น จนเกิดอาการปวดตลอดเวลา ถ้าควบคุมไม่ได้จะพบว่าข้อที่เคยอักเสบบ่อย ๆ กลายเป็นปุ่มก้อนขึ้นมา เนื่องจากการสะสมของกรดยูริกภายในข้อจำนวนมากจนบางครั้งข้อที่ปวดนั้นเกิดการแตกออกและมีสารขาวๆ คล้ายชอล์กหรือยาสีฟันไหลออกมากลายเป็นแผลเรื้อรังและในที่สุดข้อต่างๆจะค่อยๆพิการและใช้งานไม่ได้ นอกจากนี้ยังอาจทำให้เกิดนิ่วในไตตามมาได้อีกด้วย อาหารที่มีพิวรีนน้อย ได้แก่ ธัญพืชต่างๆ ไข่ นม และผลิตภัณฑ์จากนม ผัก และผลไม้เกือบทุกชนิด (0-50 มิลลิกรัมต่ออาหาร 100 กรัม) อาหารที่มีพิวรีนปานกลาง ได้แก่ ข้าวโอ๊ต เนื้อหมู เนื้อวัว ปลากะพงแดง ปลาหมึกปู ถั่วลิสง ถั่วลันเตา หน่อไม้ ใบขี้เหล็ก สะตอ ผักโขม (50-100 มิลลิกรัมต่ออาหาร 100 กรัม)อาหารที่มีพิวรีนสูง ได้แก่ เครื่องในสัตว์ เนื้อสัตว์ปีก ปลาดุก ปลาซาร์ดีน ปลาไส้ตัน กุ้ง ไข่ปลา น้ำต้มกระดูก น้ำสกัดเนื้อ ซุปก้อน กะปิ ชะอม กระถิน สะเดา เห็ด (150 มิลลิกรัมขึ้นไปต่ออาหาร 100 กรัม)

         วิธีป้องกันและบรรเทาอาการเจ็บป่วยจากโรคเกาต์ ที่ดีที่สุดคือการระมัดระวังในการเลือกรับประทานอาหาร หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีพิวรีนสูง เพราะว่าจะทำให้เกิดการอักเสบของข้อขึ้นอีก

อาหารที่ผู้เป็นโรคเกาต์ควรรับประทานให้มากคือ

1. อาหารจำพวกข้าวแป้งเพื่อให้ร่างกายได้รับพลังงานเพียงพอในการทำ กิจกรรมต่าง ๆ โดยไม่ต้องเผาผลาญโปรตีนที่มีอยู่ในก ล้ามเนื้อเพื่อให้เป็นพลังงาน เพราะว่าการเผาผลาญโปรตีนในลักษณะนี้จะทำให้มีการสลายกรดยูริกออกมาในกระแสเลือดมากขึ้น

2. คนเป็นโรคเกาต์ควรระวังไม่รับประทานอาหารจำพวกเนื้อสัตว์มากเกินไปเพราะว่าเนื้อสัตว์เป็นแหล่งของโปรตีนทำให้เกิดกรดยูริกได้มาก เช่นเดียวกันกับการทานอาหารไม่เพียงพอแล้วร่างกายใช้โปรตีนที่สะสมอยู่ในกล้ามเนื้อนั่นเอง จะทำให้เกิดอาการกำเริบได้

3. การดื่มน้ำมาก ๆ จะช่วยป้องกันการสะสมของกรดยูริกและทำให้เกิดการขับกรดยูริกทางปัสสาวะมากขึ้น และสามารถป้องกันโรคนิ่วในไตได้อีกด้วย

4. นอกจากนี้การรับประทานผัก และผลไม้ชนิดต่างๆ ให้มากขึ้นก็เป็นสิ่งที่ดี เพราะช่วยให้ปัสสาวะมีสภาวะเป็นด่าง ลดความเป็นกรดส่งผลให้เกิดการขับปัสสาวะมากขึ้น แต่อย่างไรก็ดีจากตารางพบว่าผักที่นิยมรับประทานยอดอ่อน มีกรดยูริกสูง ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงเช่นกัน

เมื่อรู้ว่าเป็นโรคเกาต์แล้วควรปฏิบัติตนอย่างไร กินอาหารอย่างไร อะไรที่กินได้ อะไรที่ควรหลีกเลี่ยง ก็จะช่วยลดอาการเจ็บปวดลงได้ และช่วยป้องกันไม่ให้เกิดอาการเรื้อรังได้อีกเช่นกันดังนั้นหันมาใส่ใจกับอาหารที่เรากินกันเสียตั้งแต่วันนี้จะดีกว่าเพื่อจะได้มีสุขภาพที่แข็งแรงปลอดภัยจากโรคร้ายต่าง ๆ

Reference :

1.Siriraj E-public library

2.Pratt PW, Ball GV: Gout, C. Treatment. In: Klippel JH, ed. Primer on the rheumatic diseases, 11thed. Atlanta: Arthritis foundation 1997: 240-243

3.Suwannaroj S, Nanagara R. Treatment of gout in general practices. Srinagarind Med J 1998; 13: 224-28

โดย นพท.หญิงอิงพร ฉลองพันธรัตน์

ผู้สนับสนุน

ความพึงพอใจเว็บไซต์

 

ดัชนียา Rx Drug A-Z

      

     

    

   

   

 

ค้นหาบทความสุขภาพ

  


bottom

© สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2553 โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ และ มูลนิธิเพื่อการวิจัยและพัฒนาระบบยา

ทรัพย์สินทางปัญญาบนเว็บไซต์นี้เป็นลิขสิทธิ์ของศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ และมูลนิธิเพื่อการวิจัยและพัฒนาระบบยาโดยชอบธรรม ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
การทำซ้ำ ลอกเลียน ดัดแปลง คัดลอก กระจายหรือจำหน่ายจ่ายแจก บางส่วนหรือทั้งหมดจากข้อมูล และเนื้อหาในเว็บไซต์นี้ โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์เป็นลายลักษณ์อักษร
ถือเป็นการกระทำอันผิดกฎหมายอันเป็นการละเมิด และผู้กระทำความผิดจะได้รับโทษตามที่กฎมายได้กำหนดไว้ 

เนื้อหาต่างๆในเว็บไซต์นี้ เป็นการให้ความรู้ทั่วไปเพื่อส่งเสริมการใช้ยาอย่างเหมาะสม มิได้มุ่งหมายสำหรับการใช้ยาในผู้ป่วยเฉพาะรายหรือการเจ็บป่วยเฉพาะกรณี
การใช้ยาในผู้ป่วยเฉพาะรายหรือเฉพาะโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร ข้อมูลนี้เป็นความรู้ที่รวบรวมจากแหล่งวิชาการทั้งในและต่างประเทศ
แต่ละประเทศอาจมีข้อกำหนดเฉพาะ สำหรับการขึ้นทะเบียนยาแตกต่างกัน ข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียนในประเทศไทย โปรดดูเอกสารกำกับยา