PhaReD.org Nectec

SUMATRIPTAN

รายละเอียดยา

SUMATRIPTAN

ชื่อสามัญ

SUMATRIPTAN

รูปแบบยา

ยาเม็ด

ยานี้ใช้สำหรับ

  • ยานี้ใช้เพื่อช่วยรักษาอาการของโรคไมเกรนหรือโรคปวดหัวข้างเดียว (migraine) ทั้งชนิดที่มีหรือไม่มีสัญญาณบอกเหตุ (aura)
  • ยานี้อาจใช้เพื่อรักษาโรคหรืออาการอื่นๆ ดังนั้นหากมีข้อสงสัยจึงควรสอบถามแพทย์หรือเภสัชกร

  • วิธีการใช้ยา

          วิธีใช้ยาต่อไปนี้เป็นข้อมูลทั่วไปไม่ใช่สำหรับผู้ใช้ยาเฉพาะราย โปรดปฏิบัติตามวิธีใช้ที่ระบุบนฉลากยาของท่าน

  • ยานี้อยู่ในรูปแบบยาเม็ดใช้สำหรับรับประทาน โดยทั่วไปรับประทานยานี้เมื่อมีอาการปวดเพียงหนึ่งหรือสองครั้ง หรือใช้ยานี้ตามวิธีใช้ที่ระบุบนฉลากยาอย่างเคร่งครัด โดยห้ามใช้ยาในขนาดที่มากหรือน้อยกว่าที่ระบุ และหากมีข้อสงสัยให้สอบถามแพทย์หรือเภสัชกร
  • รับประทานยานี้เมื่อเริ่มมีอาการหรือสัญญาณบอกเหตุของโรคไมเกรน
  • โดยทั่วไปการรับประทานยาเม็ดขนาด 100 มิลลิกรัมเพียงครั้งเดียวจะสามารถบรรเทาอาการได้ แต่หากอาการยังไม่ดีขึ้นหรือกลับมามีอาการอีก ควรบอกแพทย์หรือเภสัชกร และสามารถรับประทานยาอีกครั้งได้โดยเว้นระยะห่างจากครั้งแรกอย่างน้อย 2 ชั่วโมง
  • หากผู้ป่วยมีประวัติเคยเป็นโรคหัวใจและไม่เคยใช้ยานี้มาก่อน ควรรับประทานยานี้ในสถานที่ที่แพทย์สามารถดูแลได้อย่างทันท่วงที
  • ห้ามรับประทานยานี้มากกว่า 100 มิลลิกรัมต่อครั้ง
  • ห้ามรับประทานยานี้มากกว่า 200 มิลลิกรัมภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมง
  • ห้ามรับประทานยานี้มากกว่าหรือน้อยกว่า หรือบ่อยกว่าที่แพทย์สั่งให้ใช้
  • ดื่มน้ำตามมากๆ หลังจากรับประทานยานี้
  • ยานี้อาจทำให้เกิดอาการง่วงซึม ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการขับขี่ยานพาหนะหรือใช้เครื่องจักร
  • การดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างการใช้ยานี้อาจทำให้มีอาการมึนงงหรือง่วงซึมมากขึ้น
  • ยานี้อาจทำให้เกิดอาการหน้ามืด เวียนศีรษะ ดังนั้นจึงไม่ควรลุกขึ้นยืนหรือนั่งลงอย่างรวดเร็ว

  • สิ่งที่ควรแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ

  • ประวัติการแพ้ยา sumatriptan หรือยาอื่นๆ
  • ยาอื่นๆ ทั้งยาที่แพทย์สั่งจ่ายและยาที่ใช้เอง วิตามิน อาหารเสริม และยาสมุนไพร ที่ท่านใช้อยู่ในขณะนี้หรือกำลังจะใช้
  • การตั้งครรภ์ การวางแผนในการตั้งครรภ์ หรือการให้นมบุตร
  • เป็นผู้ป่วยเพศชายอายุมากกว่า 40 ปี หรือเป็นผู้หญิงวัยหลังหมดประจำเดือนหรือผ่าตัดมดลูกและรังไข่ออกไปแล้วหรือไม่
  • ประวัติการสูบบุหรี่
  • การมีหรือเคยมีความผิดปกติของการทำงานของหัวใจ ตับหรือไต
  • การเป็นหรือเคยมีประวัติของโรคหลอดเลือดและหัวใจ อาการเจ็บหน้าอก อาการหัวใจล้ม (heart attack) โรคหลอดเลือดสมองตีบ (stroke) โรค coronary artery disease อาการสมองขาดเลือดชั่วครู่ (transient ischemic attacks, TIA or mini-strokes) อาการเลือดออกในกะโหลกศีรษะ (intracranial bleeding) ภาวะหัวใจเต้นเร็วผิดปกติหรือเต้นผิดจังหวะ โรคความดันโลหิตสูง ภาวะคอเลสเทอรอลในเลือดสูง โรคเบาหวาน (diabetes) โรคลำไส้หรือลำไส้อักเสบ (bowel disease or colitis) โรคลำไส้ขาดเลือด (ischemic bowel disease) โรค Raynauds disease ภาวะอ้วน (overweight) ภาวะการชัก (seizures) อาการเกี่ยวกับการไหลเวียนของโลหิต
  • ประวัติการเป็นโรคหัวใจของคนในครอบครัว

  • ทำอย่างไรหากลืมรับประทานยาหรือใช้ยา

  • โดยทั่วไปยานี้ใช้เฉพาะเมื่อมีอาการเท่านั้น การลืมรับประทานยาจึงไม่เป็นอันตราย และไม่จำเป็นต้องเพิ่มขนาดยาในมื้อต่อไป

  • อาการอันไม่พึงประสงค์ทั่วไป

    อาการอันไม่พึงประสงค์อื่นที่อาจเกิดระหว่างใช้ยา หากเป็นต่อเนื่อง หรือ รบกวนชีวิตประจำวัน ให้ แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรทราบ
    มีดังนี้ เวียนศีรษะ มึนงง ง่วงซึม ใบหน้าและคอแดงหรือร้อนผ่าว ปวดกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อเป็นตะคริวหรือหดเกร็ง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ปวดหรือไม่สบายท้อง

    อาการอันไม่พึงประสงค์ที่ต้องแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรทันที

    มีดังนี้ มีอาการแพ้ เช่น ผื่นคัน ผื่นลมพิษ บวมตามอวัยวะต่างๆ เช่น ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น เปลีอกตา หายใจลำบากหรือมีเสียงหวีด มีปัญหาเกี่ยวกับการหายใจ การมองเห็นเปลี่ยนแปลงไป เจ็บคอหรือหน้าอก แน่นหน้าอก หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือหัวใจเต้นเร็วหรือช้าอย่างผิดปกติ มีอาการประสาทหลอน ความดันโลหิตสูงขึ้นหรือต่ำลง มีอาการเกี่ยวกับการทรงตัว การพูด การเดิน ชัก ปวดท้องอย่างรุนแรงและหดเกร็งหรือเป็นตะคริว อุจจาระมีเลือดปน มีอาการชา ไร้ความรู้สึก หรือปวดที่ใบหน้าหรือปลายมือปลายเท้า

    การเก็บรักษายา

  • เก็บยานี้ในภาชนะบรรจุเดิมที่บรรจุมา ปิดภาชนะให้สนิท และเก็บให้พ้นมือเด็ก
  • เก็บยานี้ที่อุณหภูมิห้องระหว่าง 25-30 องศาเซลเซียส เช่น บริเวณที่ถูกแสงแดดโดยตรง และไม่เก็บยาในบริเวณที่เปียกหรือชื้น
  • ทิ้งยานี้เมื่อยาหมดอายุ

  • [ เงื่อนไขการใช้ ]

    มีปัญหาเรื่องยา ปรึกษาเภสัชกร ด้วยความปรารถนาดีจาก
    มูลนิธิเพื่อการวิจัยและพัฒนาระบบยา