PhaReD.org QRCODE Nectec

DICLOFENAC [SODIUM]

รายละเอียดยา

DICLOFENAC [SODIUM]

ชื่อสามัญ

DICLOFENAC [SODIUM]

ชื่อการค้า

Almiral 25, Amminac, Antiren, Antiren forte, Arclonac 50, Artharen, Artiren, Bufenac, Candinace, Canfenac, Cencenac, Cencenac g,

Cencenac g50, Chai - fenac, Clofec, Clonac tablets, Covonac, D.c.f, Demac 25, Diclofen, Diclofenac, Diclofenac 25, Diclofenac 50, Diclofenac tablets, Diclofenac-50, Diclogesic, Diclohexal 25, Diclohexal 50, Diclomac-25, Diclonac, Diclonac - forte tablet, Diclosian enteric coated tablets, Dicomed 25, Dicomed 50, Difelene, Difenac, Difenac forte, Difeno, Digit-u tablets, Dinac, Dinac-forte, Doloflam (50 mg.), Donac tab, Diclofenac tablet, Entis, Fanac, Fenac, Fenac 50 mg., Fenacil, Flexy tablet, Frexen - s, Frexen - s 50, Goose - fenac 50, Goose-fenac, Grofenac 50, Inflamma, Inflamma-50, Inflanac tablets (50 mg), Inflanac, Klyzen 25, Medaren tablets, Myogit tablets, Manfenac enteric film coated tablet, Naxxa 25, Nopinac, Novaren, Neofenac, Neofenac-50, Olfenac tablets, Ortenac 25, Ortenac 50, Ostaren, Ovaren, Ovaren 50, Panfen, Pazanac 50, Petoran, Petoran - 50 tablets, Posnac, Profenac 25, Profenac 50, Remethan - 25, Remethan - 50, Sefnac 25 (เซฟเนค 25), Sefnac 50 (เซฟเนค 50), Sinac, Sinclonac, Sinclonac 50, Staren, Staren - 50, Sutaren 25, Ticlonac, Ufenac, Uniren, Uniren 50, Veenac 25, Veenac 50, Veren, Vesconac 25, Vesconac 50, Vesnac, Vezen 25, Vezen 25, Vezen 50, Volclonac 50, Volfen, Volfen 50, Volfenac, Volfenac 50, Volnac - 50, Volta enteric film coated tablet, Volta-t.m.enteric flim coated tablet, Voltamed tablet, Voltanac p, Voltanac 50, Voltanac 50 w, Voltanac tablets, Voltanal p 50, Voltanox, Voren enteric coated tablet 25 mg, Voren enteric coated tablet 50 mg, Votamed, Volnac, Voltaren 25, Voltaren 50, X - inflam, ไดโคลดอน-25, ไดโคลดอน-50


รูปแบบยา

ยาเม็ดชนิดแตกตัวในลำไส้

ยานี้ใช้สำหรับ

  • บรรเทาอาการเจ็บปวด บวมจากภาวะอักเสบของข้อ เช่น ไขข้อกระดูกอักเสบ (osteoarthritis) ไขข้ออักเสบรูมาตอยด์ (rheumatoid arthritis) และ ไขข้อกระดูกสันหลังอักเสบ (ankylosing spondylitis) บรรเทาอาการปวดประจำเดือน
  • ยานี้อาจใช้เพื่อบรรเทาอาการปวดจากสาเหตุอื่น เช่น อาการปวดจากโรคเกาต์  โรคมะเร็ง ดังนั้นหากมีข้อสงสัยควรสอบถามแพทย์หรือเภสัชกร
  • ยานี้อาจใช้เพื่อรักษาโรคหรืออาการอื่นๆได้ หากมีข้อสงสัยควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
  • วิธีการใช้ยา

          วิธีใช้ยาต่อไปนี้เป็นข้อมูลทั่วไปไม่ใช่สำหรับผู้ใช้ยาเฉพาะราย โปรดปฏิบัติตามวิธีใช้ที่ระบุบนฉลากยาของท่าน

  • ยานี้อยู่ในรูปแบบยาเม็ดควบคุมการปลดปล่อยยาที่ลำไส้เล็กส่วนต้น ใช้สำหรับรับประทาน โดยทั่วไปรับประทานวันละ 1- 4 ครั้ง หรือให้ใช้ยานี้ตามวิธีที่ระบุบนฉลากอย่างเคร่งครัดโดยห้ามใช้ยาในขนาดที่มากหรือน้อยกว่าที่ระบุ และหากมีข้อสงสัยให้สอบถามแพทย์หรือเภสัชกร
  • ควรรับประทานยา Diclofenac  หลังอาหารทันที พร้อมดื่มน้ำตามหนึ่งแก้ว เพื่อลดไม่พึงประสงค์ต่อทางเดินอาหาร เช่น ไม่สบายท้อง แสบท้อง
  • ยานี้อยู่ในรูปแบบเม็ดรูปแบบควบคุมการปลดปล่อยตัวยา ควรรับประทานยาโดยกลืนยาทั้งเม็ด ห้ามบด หัก เคี้ยว เม็ดยา และไม่ควรรับประทานพร้อมกับยาลดกรด
  • สิ่งที่ควรแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ

  • ประวัติถ้าแพ้ยาไดโคลฟิแนค (diclofenac) แอสไพริน (aspirin) หรือยาอื่นๆในกลุ่มยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น ibuprofen naproxen หรือแพ้ส่วนประกอบอื่นๆที่อยู่ในตำรับยา
  • ใช้หรือกำลังใช้ยาอื่นๆทั้งยาที่แพทย์สั่งจ่ายและยาที่ใช้เอง วิตามิน อาหารเสริม และยาสมุนไพร โดยเฉพาะ ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ตัวอื่น ๆ ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยารักษาโรคเบาหวาน ยาในกลุ่มสเตียรอยด์ เป็นต้น
  • มีหรือเคยมีภาวะหอบหืด โดยเฉพาะถ้ามีอาการกำเริบบ่อยๆ  มีภาวะติ่งเนื้อที่โพรงจมูก (nasal polyps) และหอดหืดที่เกิดจากยาแอสไพริน (aspirin)
  • มีโรคประจำตัวอื่น เช่น มีความผิดปกติของการทำงานของตับหรือไต ภาวะ porphyria   มีภาวะแพ้ภูมิตัวเอง (systemic lupus erythematous) เป็นโรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน
  • มีประวัติเป็นโรคหัวใจ มีอาการหัวใจวาย โรคหลอดเลือดสมอง หรือคนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคดังกล่าว และ ผู้ป่วยที่กำลังผ่าตัดทำศัลยกรรมปลูกถ่ายหลอดเลือดหัวใจโคโรนารี (coronary bypass graft surgery)
  • มีประวัติเกิดแผลในทางเดินอาหาร เช่น กระเพาะอาหาร ลำไส้
  • เคยมีประวัติการบวมที่มือ แขน น่อง เท้า หรือข้อเท้า
  • ตั้งครรภ์ โดยเฉพาะในไตรมาสที่ 3 (ช่วง 2-3 เดือนก่อนคลอด) หรือวางแผนจะตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร
  • หากต้องเข้ารับการผ่าตัดหรือทำฟัน ต้องแจ้งให้แพทย์ผู้ผ่าตัดหรือทันตแพทย์ทราบก่อนว่าท่านใช้ยาตัวนี้อยู่
  • ประวัติของสูบบุหรี่หรือดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
  • ทำอย่างไรหากลืมรับประทานยาหรือใช้ยา

  • โดยทั่วไปถ้าลืมรับประทานยา ให้รับประทานยาทันทีที่นึกได้ แต่ถ้าเป็นเวลาที่ใกล้กับมื้อต่อไป ให้ข้ามไปรับประทานยามื้อต่อไปเลยโดยไม่ต้องเพิ่มขนาดยาเป็นสองเท่า
  • อาการอันไม่พึงประสงค์ทั่วไป

    อาการอันไม่พึงประสงค์อื่นที่อาจเกิดระหว่างใช้ยา หากเป็นต่อเนื่อง หรือ รบกวนชีวิตประจำวัน ให้ แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรทราบ
    มีดังนี้ น้ำหนักขึ้นโดยไม่มีสาเหตุ  เหนื่อยง่ายกว่าปกติ ไม่มีแรง เบื่ออาหาร ปวดท้อง ผิวหรือตามีสีเหลือง อาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ไข้  กลืนลำบาก เสียงแหบ (hoarseness)  อาการบวม หรือเป็นตะคริวที่ท้อง ท้องเสีย หรือท้องผูก มีลมในท้อง ปวดศีรษะ วิงเวียนศีรษะ มีเสียงดังในหู รู้สึกไม่สบายท้อง

    อาการอันไม่พึงประสงค์ที่ต้องแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรทันที

    มีดังนี้

  • อาการแสดงความเสี่ยงการเกิดความผิดปกติของหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมอง ควรไปพบแพทย์ทันที เช่น เจ็บแน่นหน้าอก หายใจขัดหรือหายใจลำบาก ร่างกายอ่อนแรงครึ่งซีก มีปัญหาการพูด
  • อาการแสดงความเสี่ยงการเกิดความผิดปกติของทางเดินอาหาร ควรหยุดใช้ยาทันทีและแจ้งให้แพทย์ทราบ เช่น  ปวดท้อง แสบร้อนกลางอก   อาเจียนเป็นเลือดหรือเป็นสีกาแฟ  อุจจาระมีเลือดปน มีสีดำ หรือลักษณะคล้ายน้ำมันดินผิว ซีด หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ปัสสาวะสีขุ่นหรือปนเลือด ปวดหลัง ปัสสาวะลำบาก
  • อาการอื่นๆ แผลพุพอง (blisters)  ผื่น ผื่นลมพิษ อาการคัน อาการบวมที่บริเวณตา ใบหน้า ลิ้น  ริมฝีปาก คอ มือ แขน เท้า ข้อเท้า หรือน่อง
  • การเก็บรักษายา

  • เก็บยานี้ในภาชนะบรรจุเดิมที่บรรจุมา ปิดภาชนะให้สนิท และเก็บให้พ้นมือเด็ก
  • เก็บยานี้ที่อุณหภูมิห้องโดยไม่ให้อยู่ในที่ร้อนมากกว่า 30 องศาเซลเซียส เช่น บริเวณที่ถูกแสงแดดโดยตรง และไม่เก็บยาในบริเวณที่เปียกหรือชื้น
  • ทิ้งยานี้เมื่อยาหมดอายุ
  • [ เงื่อนไขการใช้ ]

    มีปัญหาเรื่องยา ปรึกษาเภสัชกร ด้วยความปรารถนาดีจาก
    มูลนิธิเพื่อการวิจัยและพัฒนาระบบยา