PhaReD.org QRCODE Nectec

DICLOFENAC [POTASSIUM]

รายละเอียดยา

DICLOFENAC [POTASSIUM]

ชื่อสามัญ

DICLOFENAC [POTASSIUM]

รูปแบบยา

ยาเม็ด

ยานี้ใช้สำหรับ

  • ยานี้ใช้เพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวด บวมจากภาวะอักเสบของข้อ เช่น ไขข้อกระดูกอักเสบ (osteoarthritis) ไขข้ออักเสบรูมาตอยด์ (rheumatoid arthritis) และ ไขข้อกระดูกสันหลังอักเสบ (ankylosing spondylitis) บรรเทาอาการปวดประจำเดือน
  • ยานี้อาจใช้เพื่อบรรเทาอาการปวดจากสาเหตุอื่น เช่น อาการปวดจากโรคเกาต์  โรคมะเร็ง ดังนั้นหากมีข้อสงสัยควรสอบถามแพทย์หรือเภสัชกร
  • ยานี้อาจใช้เพื่อรักษาโรคหรืออาการอื่นๆได้ หากมีข้อสงสัยควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
  • วิธีการใช้ยา

          วิธีใช้ยาต่อไปนี้เป็นข้อมูลทั่วไปไม่ใช่สำหรับผู้ใช้ยาเฉพาะราย โปรดปฏิบัติตามวิธีใช้ที่ระบุบนฉลากยาของท่าน

  • ยานี้อยู่ในรูปแบบยาเม็ดเคลือบ ใช้สำหรับรับประทาน โดยทั่วไปรับประทานวันละ 2-4 ครั้ง หรือให้ใช้ยานี้ตามวิธีใช้ที่ระบุบนฉลากยาอย่างเคร่งครัด โดยห้ามใช้ยาในขนาดที่มากหรือน้อยกว่าที่ระบุ และหากมีข้อสงสัยให้สอบถามแพทย์หรือเภสัชกร
  • ควรรับประทานยา Diclofenac  หลังอาหารทันที พร้อมดื่มน้ำตามหนึ่งแก้ว เพื่อลดไม่พึงประสงค์ต่อทางเดินอาหาร เช่น ไม่สบายท้อง แสบท้อง
  • ยาเม็ดรูปแบบควบคุมการปลดปล่อยยาที่ลำไส้เล็กส่วนต้น ควรหลีกเลี่ยงการบด หัก เคี้ยว เม็ดยา และไม่ควรรับประทานพร้อมกับยาลดกรด ควรทานยาห่างจากกันอย่างน้อย 2 ชั่วโมง
  • สิ่งที่ควรแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ

  • ประวัติถ้าแพ้ยาไดโคลฟิแนค (diclofenac) แอสไพริน (aspirin) หรือยาอื่นๆในกลุ่มยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น ibuprofen naproxen หรือแพ้ส่วนประกอบอื่นๆที่อยู่ในตำรับยา
  • ใช้หรือกำลังใช้ยาอื่นๆทั้งยาที่แพทย์สั่งจ่ายและยาที่ใช้เอง วิตามิน อาหารเสริม และยาสมุนไพร โดยเฉพาะยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ตัวอื่น ๆ ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยารักษาโรคเบาหวาน ยาในกลุ่มสเตียรอยด์ เป็นต้น
  • มีหรือเคยมีภาวะหอบหืด โดยเฉพาะถ้ามีอาการกำเริบบ่อยๆ ภาวะติ่งเนื้อที่โพรงจมูก (nasal polyps) และหอดหืดที่เกิดจากยาแอสไพริน (aspirin)
  • มีโรคประจำตัวอื่น ได้แก่ มีความผิดปกติของการทำงานของตับหรือไต ภาวะ porphyria มีภาวะแพ้ภูมิตัวเอง (systemic lupus erythematous) เป็นโรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน
  • มีประวัติเป็นโรคหัวใจ มีอาการหัวใจวาย โรคหลอดเลือดสมอง หรือคนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคดังกล่าว และ ผู้ป่วยที่กำลังผ่าตัดทำศัลยกรรมปลูกถ่ายหลอดเลือดหัวใจโคโรนารี (coronary bypass graft surgery)  
  • มีประวัติเกิดเป็นแผลในทางเดินอาหาร เช่น กระเพาะอาหาร ลำไส้
  • เคยมีประวัติการบวมที่มือ แขน น่อง เท้า หรือข้อเท้า
  • ตั้งครรภ์ โดยเฉพาะในไตรมาสที่ 3 (ช่วง 2-3 เดือนก่อนคลอด) หรือวางแผนจะตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร
  • หากต้องเข้ารับการผ่าตัดหรือทำฟัน ต้องแจ้งให้แพทย์ผู้ผ่าตัดหรือทันตแพทย์ทราบก่อนว่าท่านใช้ยาตัวนี้อยู่
  • ประวัติของสูบบุหรี่หรือดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ อาจเพิ่มโอกาสเกิดแผลหรือเลือดออกในทางเดินอาหารมากขึ้น
  • ทำอย่างไรหากลืมรับประทานยาหรือใช้ยา

  • โดยทั่วไปถ้าลืมรับประทานยา ให้รับประทานยาทันทีที่นึกได้ แต่ถ้าเป็นเวลาที่ใกล้กับมื้อต่อไป ให้ข้ามไปรับประทานยามื้อต่อไปเลยโดยไม่ต้องเพิ่มขนาดยาเป็นสองเท่า
  • อาการอันไม่พึงประสงค์ทั่วไป

    อาการอันไม่พึงประสงค์อื่นที่อาจเกิดระหว่างใช้ยา หากเป็นต่อเนื่อง หรือ รบกวนชีวิตประจำวัน ให้ แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรทราบ
    มีดังนี้ ท้องเสีย หรือท้องผูก ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ ท้องอืด

    อาการอันไม่พึงประสงค์ที่ต้องแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรทันที

    มีดังนี้

  • อาการแสดงถึงความเสี่ยงการเกิดความผิดปกติของหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมอง ควรไปพบแพทย์ทันที  เช่น  เจ็บแน่นหน้าอก  หายใจขัดหรือหายใจลำบาก  ร่างกายอ่อนแรงครึ่งซีก  มีปัญหาการพูด
  • อาการแสดงความเสี่ยงการเกิดความผิดปกติของทางเดินอาหาร ควรหยุดใช้ยาทันทีและแจ้งให้แพทย์ทราบเช่น  ปวดท้อง แสบร้อนกลางอก  อาเจียนเป็นเลือดหรือเป็นสีกาแฟ  อุจจาระมีเลือดปน มีสีดำ หรือลักษณะคล้ายน้ำมันดินผิว ซีด หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ปัสสาวะสีขุ่นหรือปนเลือด ปวดหลัง ปัสสาวะลำบาก
  • อาการอื่นๆ แผลพุพอง (blisters)  ผื่น ผื่นลมพิษ อาการคัน อาการบวมที่บริเวณตา
  • ใบหน้า
  • ลิ้น
  •  ริมฝีปาก
  • คอ
  • มือ
  • แขน
  • เท้า ข้อเท้า หรือน่อง
  • การเก็บรักษายา

  • เก็บยานี้ในภาชนะบรรจุเดิมที่บรรจุมา ปิดภาชนะให้สนิท และเก็บให้พ้นมือเด็ก
  • เก็บยานี้ที่อุณหภูมิห้องโดยไม่ให้อยู่ในที่ร้อนมากกว่า 30 องศาเซลเซียส เช่น บริเวณที่ถูกแสงแดดโดยตรง และไม่เก็บยาในบริเวณที่เปียกหรือชื้น
  • ทิ้งยานี้เมื่อยาหมดอายุ
  • [ เงื่อนไขการใช้ ]

    มีปัญหาเรื่องยา ปรึกษาเภสัชกร ด้วยความปรารถนาดีจาก
    มูลนิธิเพื่อการวิจัยและพัฒนาระบบยา